ดึงเขามา – เอาเขาอยู่ เคล็ดลับของคนทำงานพ่อแม่
   

          “มาอบรมแล้วจะได้อะไร?”

          “ทำงานวันจันทร์-เสาร์ วันอาทิตย์ก็อยากหยุดอยู่บ้าน ไม่มีเวลามาอบรมอะไรหรอก”

          “ผมอยู่อบรมได้เฉพาะช่วงเช้า ช่วงบ่ายผมมีนัด”

          ข้อความข้างต้นคือตัวอย่างคำพูดของพ่อแม่ผู้ปกครอง ที่ภาคีเครือข่ายคนทำงานเรื่องการสื่อสารระหว่างพ่อแม่ผู้ปกครองกับบุตรหลาน มักจะพบในพื้นที่เสมอหลังการชักชวนพ่อแม่ผู้ปกครองเข้าร่วมอบรมในโครงการ “คุยเปิดใจ ลูกหลาน (รัก) ปลอดภัย”

          ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัญหาปากท้องเป็นเรื่องสำคัญทางเศรษฐกิจเฉพาะหน้า ที่แต่ละครอบครัวให้ความสำคัญ และคงปฏิเสธไม่ได้ด้วยว่าการที่พ่อแม่ต้องทำงานหาเงินก็เพื่อปากท้องของคนในครอบครัว เพื่อ “ลูก” คนสำคัญที่สุดในชีวิต ที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจ การเชิญชวนให้พ่อแม่ผู้ปกครองเห็นความสำคัญของการอบรม ถือเป็นเรื่องท้าทายด่านแรกที่คนทำงานเรื่องนี้ต้องเผชิญ

          “ดึงเขามา เอาเขาอยู่”วิธีการที่คนทำงานเรื่องพ่อแม่เชื่อว่า หากสามารถทำได้ พ่อแม่ที่มาเข้าร่วมการอบรมโดยผ่านกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของโครงการฯ จะสามารถปรับเปลี่ยนทัศนคติในการมองลูกหลานวัยรุ่น ผ่านประสบการณ์การเคยเป็นวัยรุ่นของตัวเอง เทียบเคียงสถานการณ์ที่วัยรุ่นกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน อีกทั้งจะได้เรียนรู้เทคนิควิธีในการสื่อสารกับวัยรุ่น เรียนรู้บทบาทของการเป็นพ่อแม่ที่จะหนุนเสริมให้ลูกเติบโตขึ้นมาอย่างมีความสุข แม้การอบรมจะมีประโยชน์ต่อพ่อแม่ผู้ปกครองแค่ไหน แต่หากคนทำงานฯ ไม่สามารถดึงพ่อแม่ให้เข้าร่วมกระบวนการได้ ขั้นตอนแห่งการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ ก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้

 

          นุชนารถ เทพอุดมพร พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ ศูนย์นเรนทรพึ่งได้ฯ โรงพยาบาลสมุทรปราการ ภาคีร่วมดำเนินโครงการฯ กล่าวว่า การดึงพ่อแม่หรือภาคีเครือข่ายในพื้นที่เป็นเรื่องยากพอกัน พ่อแม่ในพื้นที่ส่วนใหญ่ทำงานด้านอุตสาหกรรม จะเน้นเรื่องทำมาหากินเป็นหลัก อีกทั้งการจัดอบรมในพื้นที่ก็ต้องมีการประสานหลายเรื่อง เช่น หาพ่อแม่เข้าอบรม สถานที่อบรม ที่ต้องประสานกับท้องถิ่น ซึ่งเป็นเรื่องยากทั้งคู่ วิธีการทำงานจึงต้องสร้างความเชื่อมั่นในผลการอบรม มีความยืดหยุ่นในเรื่องเวลาของการอบรมโดยดูจากกลุ่มเป้าหมายเป็นหลัก การเชิญชวนพ่อแม่ให้เข้าอบรมจะเน้นเรื่องความสุขและความอบอุ่นของครอบครัวที่เขาจะได้รับ และมีการสร้างเครือข่ายกับคนทำงานในพื้นที่ โดยดึงจุดเด่นของงานพ่อแม่ไปเชื่อมโยงกับงานประจำที่เขารับผิดชอบ

 

          ทัดธีลิญา จันทร์แดง เจ้าหน้าที่โครงการงานป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ คามิลเลียน โซเซียล เซนเตอร์ ระยอง ภาคีร่วมดำเนินโครงการฯ กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า การเชิญชวนพ่อแม่ให้เข้าร่วมอบรมถือเป็นโจทย์หนึ่งของการทำงาน ว่าทำอย่างไรถึงจะได้คนที่เป็นพ่อแม่จริง ๆ มาเข้ารับการอบรม แม้จะอยากทำงานกับพ่อแม่ทุกคน แต่อันดับแรกก็ต้องเลือกพ่อแม่ที่เขาเห็นด้วยและสนใจในการอบรมก่อน วิธีที่ใช้คือเปิดรับสมัครพ่อแม่ที่สนใจผ่านโรงเรียน วัน เวลา สถานที่ในการอบรมก็จัดตามความสะดวกของกลุ่มเป้าหมาย แม้จะได้กลุ่มเป้าหมายไม่ครบตามที่ต้องการ แต่พ่อแม่ที่มาก็ตั้งใจที่จะเรียนรู้จริง และสิ่งที่พ่อแม่อยากได้จากการอบรมก็เป็นเรื่องเทคนิคหรือทักษะในการพูดคุยสื่อสารกับลูก ซึ่งตรงกับสิ่งที่การอบรมมีให้

          จะเห็นได้ว่าการ “ดึงเขามา” ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย และเมื่อเขามาแล้วการจะ “เอาเขาอยู่” เพื่อให้พ่อแม่ผู้ปกครองอยู่ร่วมการอบรมจนจบกระบวนการ ก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเช่นกัน เพราะพ่อแม่แต่ละคนต่างมีข้อจำกัดที่แตกต่าง แต่สิ่งเดียวที่ทุกคนมีเหมือนกันคือ ความรัก ความเป็นห่วง “ลูก” หากคนทำงานเรื่องพ่อแม่สามารถดึงจุดร่วมที่ทุกคนต่างมีเหมือนกันมาเป็นจุดเด่นในการนำเสนอ และสื่อสารผ่านช่องทางที่เข้าถึงพ่อแม่ผู้ปกครองตัวจริง คนทำงานเรื่องนี้จึงต้องทำหน้าที่เหมือนพนักงานขาย ยืดหยุ่น มีลูกล่อลูกชน ดึงความสนใจของพ่อแม่ผู้ปกครองให้เข้าอบรม บางครั้งอาจจำเป็นต้องใช้หลักการตลาดเบื้องต้น 4Pคือ Product Price Place และ Promotion เพื่อวางแผนวิเคราะห์พ่อแม่แต่ละกลุ่ม และเมื่อสามารถดึงพ่อแม่ผู้ปกครองเข้ามาได้แล้ว การจะเอาเขาอยู่ก็เป็นเรื่องเทคนิคในการจัดกิจกรรม หรือเทคนิคของวิทยากรนำกระบวนการแล้ว ว่าจะเอาเขาอยู่จนจบกิจกรรมได้อย่างไร

          “ดึงเขามา เอาเขาอยู่” นอกจากเป็นวิธีที่ใช้กับพ่อแม่ผู้ปกครองแล้ว วิธีนี้ยังจำเป็นต้องใช้กับเครือข่ายคนทำงานอื่น ๆ ในพื้นที่ เพื่อดึงให้เขามาเป็นเครือข่ายที่ขับเคลื่อนไปด้วยกัน จากการจัดประชุมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และบทเรียนครั้งที่ ๓ ของโครงการ “คุยเปิดใจ ลูกหลาน (รัก) ปลอดภัย” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๔–๑๕ สิงหาคม ณ บ้านทะเลสีครีมรีสอร์ท จ.สมุทรสงคราม มีภาคีเครือข่ายคนทำงานต่างพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานในพื้นที่ของตนเอง ซึ่ง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ถือเป็นตัวอย่างที่ดีในการขับเคลื่อนการทำงานทั้งจังหวัด ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เช่น โรงเรียน สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด นายอำเภอ สื่อมวลชนท้องถิ่น ที่ต่างเห็นความสำคัญของการสื่อสารระหว่างพ่อแม่ผู้ปกครองกับลูกหลาน

 

          อนุสรณ์ สุขกันตะ นักวิชาการสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นผู้ประสานงานของจังหวัด ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ไม่ว่าจังหวัดจะมีกิจกรรมอะไร หากมีความเกี่ยวข้องกับพ่อแม่ผู้ปกครอง ก็จะนำเรื่องนี้ไปสอดแทรกทุกครั้ง โดยที่ไม่จำเป็นต้องไปสร้างกิจกรรมใหม่ เช่น หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการประชุมครึ่งวัน ก็จะขออนุญาตนำโครงการฯ ไปนำเสนอในครึ่งวันที่เหลือ หากพบกลุ่มคนที่สนใจในประเด็นนี้ ก็จะเปิดรับสมัครเพื่อเข้าอบรม เมื่อไปอบรมก็พบว่าเขาให้ความร่วมมือและสนใจจริง ๆ

          เคล็ดลับของการดึงเครือข่ายจากการแลกเปลี่ยนของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ถือได้ว่าขึ้นอยู่กับบุคคลที่เป็นตัวหลักหรือคีย์แมนในการทำงาน ที่ต้องแม่นในภารกิจของโครงการ มีทักษะในการสื่อสาร รู้ช่องทางในการเข้าถึงภาคีในพื้นที่ และรู้ถึงภารกิจของหน่วยงานนั้น ๆ ว่าจะมีความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์อย่างไรกับโครงการที่ทำอยู่ และการเอาภาคีเครือข่ายที่เข้ามาให้อยู่ร่วมภารกิจกับเราไปจนจบโครงการ คนทำงานพ่อแม่ก็ต้องใส่ใจในภารกิจหลักของภาคีเครือข่าย โดยแบ่งปันข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับการทำงาน เพื่อให้ภารกิจของทุกเครือข่ายที่ร่วมดำเนินการประสบความสำเร็จ

          “ดึงเขามา เอาเขาอยู่” อาจเป็นเพียงแนวทางเบื้องต้นในการทำงานกับพ่อแม่ผู้ปกครอง เพื่อชี้ชวนให้เขาตระหนักถึงความสำคัญในการสื่อสารกับลูกหลาน ซึ่งหากเขาเห็นความสำคัญ พ่อแม่ผู้ปกครองกลุ่มนี้จะเป็นพลังที่จะช่วยสื่อสารเรื่องราวดี ๆ ไปสู่ลูกหลานในครอบครัว หรือพ่อแม่ผู้ปกครองในครอบครัวอื่นต่อไป

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่  1

ขอสมัครเข้าร่วมอบ ดึงเข้ามา เอาให้วันพุธที่ 30 กันยายน 2558. ด้วยคะ ขอทราบสถานที่ อบรม. กำหนดการ และค่าใช้จ่ายด้วยคะ. โทร 0982599417.
ขอบพระคุณ. มา  ณ โอกาสนี้ด้วยคะ
ประไพรัตน์. ชัยพร
18. กันยายน 2558
ประไพรัตน์  ชัยชนะ   (18 กันยายน 2558  เวลา 16:44:37)

ร่วมแสดงความคิดเห็น

จาก*
อีเมล
ความคิดเห็น*