ภาคีเครือข่ายคนทำงานพ่อแม่ ๗ จังหวัดเผย คนทำงานยังต้องการเติมเนื้อหาวิชาการอย่างสม่ำเสมอ
   

ภาคีเครือข่ายคนทำงานพ่อแม่ ๗ จังหวัดในโครงการ “คุยเปิดใจ ลูกหลาน (รัก) ปลอดภัย” ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และบทเรียนจากการทำงานในพื้นที่ พบ คนทำงานต้องการเติมเนื้อหาวิชาการอย่างสม่ำเสมอ

มูลนิธิแพธทูเฮลท์จัดประชุมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และบทเรียนครั้งที่ ๓ ให้กับภาคีเครือข่ายร่วมทำงานในโครงการ “คุยเปิดใจ ลูกหลาน (รัก) ปลอดภัย” จำนวน ๓๕ คน จาก ๗ จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ชลบุรี ระยอง สมุทรปราการ สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ในระหว่างวันที่ ๑๔–๑๕ สิงหาคม ณ บ้านทะเลสีครีมรีสอร์ท อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม

 

นายชูไชย นิจไตรรัตน์ ผู้จัดการโครงการ “คุยเปิดใจ ลูกหลาน (รัก) ปลอดภัย” กล่าวว่า การจัดประชุมฯ ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้คนที่ทำงานเรื่องการสื่อสารระหว่างพ่อแม่ผู้ปกครองกับบุตรหลานในแต่ละพื้นที่ ได้มีโอกาสนำประสบการณ์หรือบทเรียนในการทำงานของพื้นที่ตนเองมาร่วมแบ่งปันแลกเปลี่ยนกับพื้นที่อื่นๆ อีกทั้งทางโครงการฯ ยังเชิญ อ. พญ. จิราภรณ์ อรุณากร กุมารแพทย์เวชศาสตร์วัยรุ่น โรงพยาบาลรามาธิบดี ที่มีประสบการณ์ในการทำงานกับพ่อแม่ผู้ปกครองและวัยรุ่น มาช่วยเติมเต็มเนื้อหาทางวิชาการ ทักษะ และเทคนิคต่าง ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานในพื้นที่  นอกจากนี้การได้พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนระหว่างคนทำงานยังเป็นการช่วยเติมพลังใจในการทำงานให้กันและกันอีกด้วย

 

นายชูไชยกล่าวต่อว่า การที่ภาคีเครือข่ายในทุกจังหวัดได้มาเข้าร่วมในการประชุมฯ ทำให้ทุกคนได้เห็นเป้าหมายก้าวต่อไปในการขับเคลื่อนงานพ่อแม่ในพื้นที่ของตนเอง ทั้งในเรื่องจำนวนกลุ่มเป้าหมายที่จะเข้าอบรมพ่อแม่ แผนการดำเนินงานในแต่ละเดือน การเชื่อมเครือข่ายคนที่เกี่ยวข้องกับงานพ่อแม่ในพื้นที่ ฯลฯ การประชุมฯ ครั้งนี้แม้จะบรรลุวัตถุประสงค์ตามเป้าหมายที่โครงการได้วางไว้ แต่พบว่าการทำงานพ่อแม่ยังคงมีเรื่องที่ท้าทายคนทำงานอยู่  

 “การหาพ่อแม่ให้เข้าอบรมในโครงการเป็นเรื่องที่ท้าทายอยู่แล้ว เนื่องด้วยเวลาที่จำกัด และเราไม่มีทรัพยากรที่จะลงไปทำงาน ต้องไปพึ่งงบประมาณในพื้นที่ และในเชิงเนื้อหาวิชาการเราก็พบว่าวิทยากรที่ลงไปสร้างการเรียนรู้ชวนให้พ่อแม่ดูแลลูก ยังมีความต้องการที่จะเพิ่มเติม (refresh) เนื้อหาวิชาการอยู่เสมอ บางครั้งวิทยากรอาจดำเนินกิจกรรมโดยขาดการเชื่อมโยง วิเคราะห์ และสร้างการเรียนรู้เพื่อนำไปใช้ได้จริงกับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นเรื่องที่โครงการต้องหาแนวทางเพื่อพัฒนาทีมต่อไป” นายชูไชยกล่าว

 

นางสาวเอกกมล สำลีรัตน์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ คลินิกสื่อรักวัยใส โรงพยาบาลพระสมุทรเจดีย์สวาทยานนท์ ภาคีที่ร่วมดำเนินโครงการฯ จาก จ.สมุทรปราการ กล่าวหลังจากเข้าร่วมประชุมว่า จ.สมุทรปราการ เข้าร่วมโครงการฯ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ และได้จัดอบรมพ่อแม่ ผู้ปกครองในพื้นที่ตั้งแต่ปี ๒๕๕๖ แต่บางครั้งการทำกิจกรรมก็มีปัญหาเรื่องการนำผู้เข้าอบรมไปไม่ถึงจุดประสงค์หรือเป้าหมายของกิจกรรม การมาเข้าร่วมประชุมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และบทเรียนครั้งนี้ทำให้ได้เทคนิคและวิธีที่จะช่วยคลี่คลายปัญหาที่เกิดขึ้น อีกทั้งยังเห็นกระบวนการการจัดกิจกรรมและแนวทางในการทำงานพ่อแม่ของแต่ละพื้นที่ ที่สามารถนำกลับไปปรับใช้กับจังหวัดของตนเองได้  นอกจากนี้ยังเห็นความสำคัญของเครือข่ายคนทำงาน ที่หากมีคนทำงานที่เป็นตัวจริงในพื้นที่กิจกรรมต่าง ๆ ก็จะดำเนินอย่างต่อเนื่อง

“สิ่งที่เห็นว่าสำคัญที่สุดคือเครือข่าย ถ้ามีเครือข่ายดีก็จะประสบความสำเร็จ และถ้ามีคนทำงาน กิจกรรมก็จะดำเนินไป ถ้าไม่มีคนที่จะมาเป็นทีม เป็นผู้ประสาน หรือช่วยขับเคลื่อนเป็นแกนนำ กิจกรรมก็จะไม่เดิน และเห็นว่าจุดเด่นของการทำงานในจังหวัดที่ประสบความสำเร็จ มักจะต้องมีคนที่เป็นคีย์แมน (Keyman) ในการทำงาน หากไม่มี ก็จะไม่มีคนที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการขับเคลื่อนหรือผลักดันให้ภารกิจเกิดขึ้น” นางสาวเอกกมลกล่าว

ร่วมแสดงความคิดเห็น

จาก*
อีเมล
ความคิดเห็น*